วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568

ไร้เดือน : เพลงพระราชานิพนธ์ลำดับที่ 39

 


ไร้เดือน : เพลงพระราชานิพนธ์ลำดับที่ 39 ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ม.ล. ประพันธ์ สนิทวงศ์ ไร้เดือน เหมือนดังฟ้าที่ไร้แสงส่อง รักน้องนั้นหวานชื่น รื่นรมย์ชมพักตร์แทนเดือน งามดวงหน้าติดตราตรึงใจไซร้ ยิ้มรื่นใครจะมาเหมือน ไร้เดือนเลือนไม่แลเห็น ก็เป็นสุขใจไม่วาย ไร้ดาว มืดในหาวไม่เห็นแหนงหน่าย สายรักแสนสูงส่ง มั่นคงในดวงวิญญาณ์ ถึงใครอื่นชื่นชมเดือน ฝันใฝ่ดาวบนฟ้า แต่เราชิดหน้า รสความรักไม่ร้างรา เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๙ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ. ๒๕๐๘ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอาจินต์ ปัญจพรรค์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย ชื่อ "ไร้จันทร์" ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวายชื่อ "ไร้เดือน" ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/no_moon.html

เตือนใจ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 38

 


เตือนใจ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 38 ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ม.ล. ประพันธ์ สนิทวงศ์ เสียงเพลงเพราะเพลินพาเคลิ้มไป ให้อารมณ์หวั่นไหวแรงรักเธอ คิดตรึงซึ้งไว้ใจละเมอ รักเธอดั่งเพลงเดือน เสียงเพลงนี้พาเราฝันไป ก่อนเคยสุขสดใสในแสงเดือน คิดซึ้งตรึงไว้ใจฝันเตือน มิเลือนและลืมเธอ ต่างเคยหยอกเย้าพะเน้าคลอ ต่างคนต่างพ้อเพียงละเมอ สบสุขความทุกข์คลายเพราะเธอ ต่านปรนเปรอใจ เสียงเพลงนี้พาเราภิรมย์ ต่างชมเชยชิดสองครองใจ เสียงเพลงนี้ซึ้งตรึงฤทัย นึกไปชื่นใจเอย เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๘ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษใน พ.ศ. ๒๕๐๘ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๑๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์ คำร้องภาษาไทยถวาย ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/old_fashioned_melody.html

ในดวงใจนิรันดร์ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 37

 


ในดวงใจนิรันดร์ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 37 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร อยากลืมลืมรักลืมมิลง กลับพะวงหลงเพ้อเงา เปรียบปานเพลิงรักรุมสุมเศร้า เปลี่ยวเปล่าร้าวรอน แต่เพียงกาลเวลาอันหมุนเวียน ฤาอาจผลัดเปลี่ยนเบียนรักคลอน รสรักจากกรกอดสวมกร ยังถาวรติดเตือน เมื่อยามอาทิตย์ลอยคล้อยต่ำ ย่ำยามท้องฟ้าเลือน ยังหวังเชยชิดกันฉันเพื่อน ติดเตือนตรึงใจ สุดประพันธ์บรรเลงให้ครบครัน วันอาจจะผ่านเวียนผันไป รักนั้นจะเนาแน่นแฟ้นใน ดวงใจนิรันดร์ เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๗ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๐๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ คำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เองเป็นเพลงแรก ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/still_on_my_mind.html

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568

ยูงทอง : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 36

 


ยูงทอง : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 36 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: นายจำนงราชกิจ (จรัล บุณยรัตพันธุ์) แหล่งศึกษาร่มเย็นเด่นริมสายชล เราทุกคนรักดุจหัวใจ ปลูกยูงทองไว้เคียงโดมมุ่งประโลมโน้มใจรัก ธรรมจักรนบบูชาเทิดไว้ เหลืองแดงแสงธรรมศาสตร์วิไล ปกแผ่ไปในทุกทาง สัญลักษณ์ดีเด่นเห็นกระจ่าง อย่าจืดจางรักร่วมทางกันไป ทรงธรรมปานดังตราชูเด่น ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้ พิทักษ์รักษาเชิดชูไว้ อบอุ่นใจไปทุกกาล พระธรรมสถิตร่วมจิตสมาน ปฏิญาณรักสามัคคี รักยูงทองงามเด่นเหนือนที ส่งศักดิ์ศรีไว้ให้ยิ่งยืนนาน เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๖ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้ทรงดนตรีทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ให้ อาจารย์ นักศึกษา ข้าราชการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฟังครั้งแรก ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ "ยูงทอง" ที่มี คำร้องสมบูรณ์ เพื่อเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงดนตรีที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๖ และได้ทรงปลูกต้นหางนกยูง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นที่ระลึกอีก ๕ ต้น ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/yungtong.html

แผ่นดินของเรา : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 34

 


แผ่นดินของเรา : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 34 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ถึงอยู่แคว้นใด ไม่สุขสำราญ เหมือนอยู่บ้านเรา ชื่นฉ่ำค่ำเช้าสุขทวี ทรัพย์จากผืนดิน สินจากนที มีสิทธิ์เสรี สันติครองเมือง เรามีป่าไม้อยู่สมบูรณ์ ไร่นาสดใสใต้ฟ้าเรือง โบราณสถานส่งนามประเทือง เกียรติเมืองไทยขจรไปทั่วแดนไกล รักชาติของเรา ไว้เถิดผองไทย ผืนแผ่นแหลมทอง รวมพี่รวมน้องด้วยกัน รักเกียรติรักวงศ์ เสริมส่งสัมพันธ์ ทูนเทิดเมืองไทยนั้น ให้ยืนยง เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๔ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๐๒ ในโอกาสที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ตามทำนองที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ๑๖ ห้องเพลง นำออกบรรเลงครั้งแรก ณ ศาลาผกาภิรมย์ สวนจิตรลดา เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๑๖ สมเด็จพระนาง เจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงพระราชดำริว่า ท่วงทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ Alexandra ไพเราะ และน่าจะใส่ คำร้องภาษาไทยได้ จึงได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระบรมราชานุญาตให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์ คำร้องภาษาไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาเห็นว่า เพลงพระราชนิพนธ์ Alexandra นี้มีเพียง ๑๖ ห้องเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพิ่มเติมโดยมีท่อนกลาง และท่อนท้าย จนครบ ๓๒ ห้องเพลง ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/alexandra.html

ภิรมย์รัก : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 30

 


ภิรมย์รัก : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 30 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: พลเรือตรีปรีชา ดิษยนันทน์ ไร้คนเคียงข้าง โลกอ้างว้างหมางอารมณ์เศร้า ทิวาราตรีตรมซบเซา ส่งความอับเฉาสู่ดวงใจ ไร้เธอหมายมั่น สุดโศกศัลย์ทุกวันหมองไหม้ เสียงครวญมวลวิหคหายไป ไม่มีแห่งไหนดอกไม้บาน กามเทพส่งเธอมา แอบอุรารำพัน เพ้อพร่ำเพลงรักฝากชีวัน ฉันยังฝังใจภิรมย์ รักที่เธอให้ โลกสดใสดวงใจหายตรม เหลียวดูทางใดชวนหวนชม ด้วยรักสุขสมจนนิรันดร์ เพลงพระราชนิพนธ์ชุด "Kinari" ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๐๒ ประกอบการแสดงระบำบัลเลต์ชุด "มโนห์รา" ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด โปรดเกล้าฯให้วงดนตรีสุนทราภรณ์บรรเลงประกอบ การแสดงบัลเลต์ชุดมโนห์รา ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงควบคุมการฝึกซ้อมด้วย พระองค์เอง เพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้ประกอบด้วย A Love Story เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า จักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ "A Love Story" และพลเรือตรี ปรีชา ดิษยนันทน์ ประพันธ์คำร้อง ภาษาไทย "ภิรมย์รัก" Nature Waltz เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๑ The Hunter เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๒ Kinari Waltz เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๓ เพลงพระราชนิพนธ์ชุด "Kinari" นี้ ยังได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ "Blue Day" เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๗ มาบรรเลงร่วมด้วย ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/a_love_story.html

เก้าจากศุกร์สัญลักษณ์สู่มาร์ชราชนาวิกโยธิน : เพลงพระราชนิพนธ์





เก้าจากศุกร์สัญลักษณ์สู่มาร์ชราชนาวิกโยธิ : เพลงพระราชนิพนธ์


00:00:00  01.  ศุกร์สัญลักษณ์ (Friday Night Rag)

00:04:03  02.  Oh I Say

00:05:51  03.  Can't You Ever See

00:08:43  04.  ค่ำแล้ว (Lullaby)

00:11:38  05.  สายลม (I Think of You)

00:14:24  06.  ไกลกังวล (When)

00:18:27         เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย

00:21:10  07.  แสงเดือน (Magic Beams)

00:24:23  08.  ฝัน (Somewhere Somehow)

00:27:30         เพลินภูพิงค์

00:29:48  09.  มาร์ชราชนาวิกโยธิน (Royal Marines March)


ลิขสิทธิ์ : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช

มาร์ชราชนาวิกโยธิน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 29

 


มาร์ชราชนาวิกโยธิน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 29 ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง : พลเรือโทจตุรงค์ พันธุ์คงชื่น พลเรือโทสุมิตร ชื่นมนุษย์ รุกรันฟันฝ่าในธาราสีคราม สมเป็นดังนามราชนาวีไทย รบรันฟันฟาดไม่ขลาดหวั่นไหว มีศึกมาใกล้ไม่หวั่นครั่นคร้ามริปู เราราชนาวิกโยธินของไทย เรารวมกายใจกันไว้เชิดชู เป็นแนวปราการรุกทานรบผลาญต่อต้านพร้อมพรู เข้าฟาดฟันรบรันศัตรูขอสู้ขาดใจ เมื่อเราเข้าประจัญจะผลาญให้สิ้นไป ยอมพลีชีพเพื่อชาติไทย รีบรุกบุกเข้าตีไม่หนีสู้เพื่อชัย กายใจชีวิตมอบเป็นราชพลี เราราชนาวิกโยธินของไทย ชีวิตมลายคงไว้ศักดิ์ศรี วิญญาณยืนยงคู่ธงนาวี ดำรงเสรีศัตรูหลีกลี้หนีไป แม้ชีวาเราจำต้องสิ้นสูญลง แหลมทองยังคงเป็นขวัญคู่ไทย น.ย.เกรียงไกรไว้ลายแม้ตายชื่อไม่สูญไป ปกป้องไทยทั้งกายและใจขอไทยอยู่คง เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๙ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๐๒ แล้วพระราชทานแก่กรมนาวิกโยธินตามคำกราบบังคมทูลขอพระราชทานจาก พลเรือตรี สนอง นิสาลักษณ์ ผู้บังคับบัญชากรมนาวิกโยธินขณะนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วงดนตรีประจำกองเรือที่ ๗ ของสหรัฐอเมริกานำออกบรรเลงครั้งแรก ณ สนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ ในงานแสดงของราชนาวีไทย-นาวิกโยธินอเมริกัน เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิ "มหิดล" ในโอกาสที่นาวิกโยธินอเมริกันประจำกองเรือที่ ๗ ของสหรัฐอเมริกาเดินทางมาเยือนประเทศไทย สำหรับคำร้องภาษาไทย พลเรือโท จตุรงค์ พันธุ์คงชื่น และพลเรือโท สุมิตร ชื่นมนุษย์ (ขณะดำรงยศเป็น เรือเอก) ได้ร่วมกันแต่งถวายเพลงพระราชนิพนธ์นี้ไม่มีคำร้องภาษาอังกฤษ ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/music.htm

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568

เพลินภูพิงค์ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 28

 


เพลินภูพิงค์ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 28 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค สมใจก่อนนี้เคยอยากชมเขางาม ตาบหุบผาพงไพรได้มาเห็นภูพิงค์แพรวพราย สวยจริงดอกไม้สะพรั่งบานทั้งปี ดูหลากสีเรียงรายโชยกลิ่นหอมอวลอบชื่นใจ ดุจจะลอยฟ้าดั่งทิพย์วิมานทอง แห่งอินทร์พรหมสองเสกสนององค์ท้าวไท แสนเพลินสุขสมสดับแต่เสียงเพลง วิหคร้องมาไกลช่วยกล่อมขวัญทุกวันเพลิดเพลิน สมใจก่อนนี้เคยอยากชมเขางาม ยามอ่อนแสงรำไพได้ไปถึงดอยปุยเดียวดาย สูงจริงเสียดฟ้าตระหง่านปานท้าลม ชมยอดผาเรียงรายคราหมดแสงดวงสุริยา ดุจจะลอยฟ้าอยู่ชิดเดือนเคียงดาว โอ้ลมพัดหนาวรวดร้าวรานอุรา แสนเพลินนั่งล้อมไฟอุ่นฟังเสียงเพลง ชาวเผ่าเขาครวญมาสนุกเหลือไม่เบื่อภูพิงค์ สุขจริงหนามาเชียงใหม่แดนสรวงแสนเพลิน เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๘ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๐๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ และนายศรีศักดิ์ พิจิตรวรการ ประพันธ์คำร้อง "ฝัน" ได้ พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรกในงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมี่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒ และพระราชทานให้บรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สถานที่เดียวกันในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๐๙ เมื่อสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเริ่มเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ทรงประทับ พระราชหฤทัยในความงามของอุทยานดอกไม้นานาพรรณและภูมิทัศน์โดยรอบ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานทำนองเพลงนี้ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค แต่งคำร้อง "เพลินภูพิงค์" ขึ้นอีกคำร้องหนึ่ง ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ทีมา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/somewhere.html

ฝัน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 28

 


ฝัน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 28 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: นายศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ฝันไป แห่งไหนไกลสุดจุดหมายมอง ในห้วงฝันเรืองรอง ด้วยภาพผองลำยองพร่างพราย ฝันพลาง ใจคว้างกลางโลกแห่งนิยาย เรานี้หนอเดียวดาย สุดจะหมายตายเคียงคู่ใคร ชีพใช่ความฝัน แต่ฉันยังฝันไป สุดแดนใดไหน ซึ่งใครคนนั้นครอง ฝันไป จนไร้จนสิ้นจุดหมายมอง คงจักสมใจปอง ที่เรียกร้องรักคืนกลับมา (รักชื่นคืนมา) คืนมาหารักรอท่า ประสาแสนเศร้า เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๘ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๐๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ และนายศรีศักดิ์ พิจิตรวรการ ประพันธ์คำร้อง "ฝัน" ได้ พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรกในงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมี่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒ และพระราชทานให้บรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สถานที่เดียวกันในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๐๙ เมื่อสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเริ่มเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ทรงประทับ พระราชหฤทัยในความงามของอุทยานดอกไม้นานาพรรณและภูมิทัศน์โดยรอบ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานทำนองเพลงนี้ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค แต่งคำร้อง "เพลินภูพิงค์" ขึ้นอีกคำร้องหนึ่ง ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/somewhere.html

แสงเดือน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 27

 


แสงเดือน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 27 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นวล แสงนวลผ่องงามตา แสงจันทรา ส่องเรืองฟากฟ้าไกล งาม แสงงามผ่องอำไพ ย้อมดวงใจ ให้คงคลั่งไคล้เดือน ชมแล้วชมเล่า เฝ้าชะแง้แลดู เพลินพิศเพลินอยู่ ไม้รู้ลืมเลือน เดือน แสงเดือนผ่องวันเพ็ญ แสงจันทร์เพ็ญ เด่นงามใดจะเหมือน โฉมงามเทียบ เปรียบเดือนแสงงาม เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๗ ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ.๒๕๐๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เพลงพระราชนิพนธ์นี้มีลีลาชดช้อย อ่อนหวาน สง่างาม เหมาะสำหรับประกอบการเต้นบัลเล่ต์ จึงได้พระราชทานให้อัญเชิญไปประกอบการแสดงบัลเล่ต็ในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๑ ต่อมาได้นำออกบรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๑ ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/magic_beams.html

เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 26

 


เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 26 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เกิดเป็นไทยแล้วใจต้องสู้ ถิ่นไทยเรารู้เรารักยิ่ง ศัตรูหน้าไหนไม่เกรงกริ่ง หากมาช่วงชิงตายเสียเถิด เผ่าไทยเดิมล้วนคนใจเด็ด แกร่งดังเหล็กเพชรชูชาติเชิด ต่างรักษาไว้แดนกำเนิด เกิดเป็นไทยแล้วจำใส่ใจ ปกครองรักษาทำหน้าที่ ห่วงเมืองไทยนี้ให้ยิ่งใหญ่ สิ้นเมืองไทยแล้วใครอยู่ได้ ชาติไทยคงไร้ความเสรี เผ่าไทยเราพร้อมอาสาสมัคร เด็ดเดี่ยวยิ่งนักยอมชีพพลี เสี่ยงภัยทั้งผองปองความดี ปกป้องปฐพีตายเพื่อไทย เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๖ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขณะประทับอยู่ที่วังไกลกังวล ในพ.ศ.๒๕๐๐ เพื่อพระราชทานให้เป็นเพลงประจำวงดนตรี "อ.ส.วันศุกร์" ใช้บรรเลงเป็นเพลงสุดท้ายก่อนเลิกเล่นดนตรี ได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ผู้ประพันธ์คำร้องภาษาไทยคือ นายวิชัย โกกิลกนิษฐ ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๐๖ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นาย Rual Maglapus อดีตสมาชิกวุฒิสภาของประเทศฟิลิปปินส์ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ใน พ.ศ. ๒๕๑๔ บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค แต่งคำร้องภาษาไทย "เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย" เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรักและหวงแหนแผ่นดินไทย ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/when.html ที่มา : http://www.supremeartist.org/thai/music/lyric/music26_2.html

ไกลกังวล : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 26

 


ไกลกังวล : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 26 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: นายวิชัย โกกิละกนิฐ อยู่ไกลกังวลชนม์ชื่นฉ่ำ หาดทรายและน้ำนำไกลเศร้า ไม่มีหาดไหนงามเทียมเท่า คลื่นครวญคลอเคล้าวอนรักฝั่ง ค่ำคืนไม่เหงาเราเริงสุข ไม่มีความทุกข์ใดมาบัง ได้ยินแต่เสียงดนตรียัง สนุกกันทั้งยามค่ำคืน รุ่งอรุณแล้วฟ้าเรืองเรื่อ แต่ใจยังเหลือความเริงรื่น สนุกจริงหนอคลอเสียงคลื่น โต้ลมฉ่ำชื้นยามพลิ้วผ่าน โน่นเดือนยังค้างฟ้าลอยเด่น แต่เราไม่เว้นความสำราญ แข่งกันคอยรับทิวาวาร สนุกสนานกันเถิดเอย เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๖ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขณะประทับอยู่ที่วังไกลกังวล ในพ.ศ.๒๕๐๐ เพื่อพระราชทานให้เป็นเพลงประจำวงดนตรี "อ.ส.วันศุกร์" ใช้บรรเลงเป็นเพลงสุดท้ายก่อนเลิกเล่นดนตรี ได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ผู้ประพันธ์คำร้องภาษาไทยคือ นายวิชัย โกกิลกนิษฐ ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๐๖ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นาย Rual Maglapus อดีตสมาชิกวุฒิสภาของประเทศฟิลิปปินส์ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ใน พ.ศ. ๒๕๑๔ บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค แต่งคำร้องภาษาไทย "เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย" เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรักและหวงแหนแผ่นดินไทย ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/when.html

สายลม : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 25

 


สายลม : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 25 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ท่ามกลางฟากฟ้ามัวหม่น ลิ่วลมหลั่งฝนโปรยทั่ว เยือกเย็นชีพเฉาเมามัว จิตใจไหวหวาดกลัวหวั่นฟ้าคำรามลั่น โรจน์เรืองแปลบแสงฟ้าผ่า ล่องลอยลิ่วมาเสียงสนั่น โอ้ลมหนอลมพัดคืนวัน โบกโบยเพียงไหนกันพัดจนไม่รู้วันสงบเอย ต้องลมเหล่าไม้เอนลิ่ว ลู่ใบลุ่ยพลิ้วปลิวว่อน จิตใจอ่อนท้ออาทร ด้วยลมพัดโบกวอนล่องหนวนเวียนไป อย่าเป็นอย่างสายลมเล่า เปลี่ยนแปลงซึมเซาเหลิงรักใหม่ โอ้ลมหนอลมพัดเลยไป โลกเคยรู้ฉันใดแล้วคงสุขสมใจยิ่งเอย เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๕ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๐๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรกในงานของ สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/i_think_of_you.html

ค่ำแล้ว : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 24

 


ค่ำแล้ว : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 24 ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื้อร้อง: ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา วันคล้อยมา ค่ำแล้วแก้วตาสุริยารอนรอน นอนเสียนอน จงอย่าอาวรณ์นอนเถิดนะดวงตา ฟังเสียงเพลง แว่วดังวังเวงเสียงครวญเครงนภา จันทร์ฉายมา พร่างพรายดาราดูงามฟ้าเพลินใจ โชคนำหนุนบุญส่งมา งามนักหนาพักตร์อำไพ ประนมกรขอพรชัย รัตนตรัยปวงเทวัญ ดลบันดาล แต่ความชื่นบานแสนสำราญนิรันดร์ อยู่ด้วยกัน เป็นมิ่งเป็นขวัญอย่าห่างร้างแรมไกล สุดรักเอย ตื่นได้เชยชมดวงใจ เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๔ ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเดือนกรกฏาคม พ.ศ.๒๔๙๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษร่วมกับท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา และท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้องภาษาไทย มีเรื่องเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุ้มสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีไว้ในอ้อมพระกรข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งทรงอิเลคโทนเพลงพระราชนิพนธ์ Lullaby แล้วสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์น้อยก็หลับไป ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/lullaby.html

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568

Can't You Ever See : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 22

 


Can't You Ever See 1 YT : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 22 Music: H.M. King Bhumibol Adulyadej Lyrics: H.H. Prince Chakrabandh Pensiri Can't you ever see That I love you eternally? All my heart and my soul From now forever will belong to you. Can't you ever see Lovingly your I'll always be? All my thoughts and my dreams, My whole life is just meant for you. How can I make you see I love you alone? I never could have you for my own I love you, love only you, Forever and ever I'm yours it's true. Life is meaningless I'd never find my happiness, Without you I would die Can't you see? I love only you. เพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ ๒๒ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานรื่นเริง ประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนลุมพินี เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๘ เพลงพระราชนิพนธ์ นี้ไม่มีคำร้องภาษาไทย ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/cant_you_ever_see.html

Oh I Say : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 21

 


Oh I Say : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 21 Music: H.M.K. Bhumibol Adulyadej Lyric: M.R. Seni Pramoj Oh let me say, just to say, What I'll say. Or do you say, just to say, What you'll say. Oh let us say, Just to say, What we'll say. Now what'll we say? Just something to be gay, To chase the trouble and the cares of the day away. Let us all sing the song, we want to be happy today. Happiness comes only once in a lifetime. We do not know whence we come, where we go. So here goes. Now let me say, just to say, What I'll say. And do you say, just to say, What you'll say Let us all sing the song, we want to be happy today. เพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ ๒๑ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สโมสรสวนสราญรมย์ เมื่อวันเสาร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๘ เพลงพระราชนิพนธ์นี้ไม่มีคำร้องภาษาไทย ลิขสิทธิ์ในบทเพลงทั้งหมดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/oh_i_say.html

ศุกร์สัญลักษณ์ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 20

 


ศุกร์สัญลักษณ์
SUK SANYALUK

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช


ลูกคู่
ซี วิง ลาย คราม ต้องไม่แสดง รุ่มร่าม ซี วิง ลาย คราม ต้องไม่แสดง รุ่มร่าม
หนึ่ง สอง สาม สี่ อ้าว ไม่สี หนึ่ง สอง สาม สี่ อ้าว ไม่เป่า
ซี วิง ลาย คราม ชู่ ชู่ ชู่ ชู่

เนื้อร้อง
ดีด ก็วันนี้ สี ก็วันนี้ ตี ก็วันนี้ ลายคราม
เป่า ก็วันนี้ เมา ก็วันนี้ เมา แต่ดนตรี ลายคราม
สุข ก็วันนี้ สนุก ก็วันนี้ ศุกร์ สิ้นทุกข์ ลายคราม


อิ่ม ก็วันนี้ เมื่อย ก็วันนี้ ง่วง ก็วันนี้ ลายคราม
นิ้วพัง ก็วันนี้ ปากเจ่อ ก็วันนี้ เจ่อ เพราะดนตรี ลายคราม
สุข ก็วันนี้ สนุก ก็วันนี้ ศุกร์ สิ้นทุกข์ ลายคราม


โด ก็วันนี้ เร ก็วันนี้ มี ก็วันนี้ ลายคราม
ฟา ก็วันนี้ กวา ก็วันนี้ กวาเพราะดนตรี ลายคราม
สุข ก็วันนี้ สนุก ก็วันนี้ ศุกร์ สิ้นทุกข์ ลายคราม


เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ ศุกร์สัญลักษณ์: Friday Night Rag เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๐ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๗ เพื่อเป็นเพลงประจำวงดนตรี "ลายคราม" โดยบรรเลงทุกคราวที่ทรงดนตรีกับวงดนตรีลายคราม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ซึ่งเป็นนักดนตรีคนหนึ่งของวงดนตรีลายคราม แต่งคำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ได้พระราชทานออกบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุ อ.ส.

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/royal-music/suksanyaluk.html

เก้าจากคำหวานสู่ลมหนาว : เพลงพระราชนิพนธ์

 


เก้าจากคำหวานสู่ลมหนาว : เพลงพระราชนิพนธ์ 00:00:00 01. คำหวาน 00:02:33 02. มหาจุฬาลงกรณ์ 00:03:44 03. แก้วตาขวัญใจ 00:07:25 04. พรปีใหม่ 00:10:14 05. รักคืนเรือน 00:13:42 06. ยามค่ำ 00:16:54 07. ยิ้มสู้ 00:19:51 08. เมื่อโสมส่อง 00:23:38 09. ลมหนาว ลิขสิทธิ์ : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568

ลมหนาว : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 19

 


ลมหนาว
LOM NAW

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา


ยามลมหนาวพัดโบกโบยโชยชื่น
เหล่าสกุณร้องรื่นรมย์
หมู่ดอกไม้ชวนภมรร่อนชม
ช่างสุขสมเพลินตาน่าดูชูใจ

โอ้รักเจ้าเอ๋ย
ยามรักสมดังฤทัย
พิศดูสิ่งใด
ก็แลวิไลแจ่มใสครัน
อันความรักมักจะพาใจฝัน
เมื่อรักนั้นสุขสมจิตปอง

 

ยามลมฝนพัดโบกโบยกระหน่ำ
หยดหยาดนำน้ำหลั่งนอง
ผึ้งภู่ทั้งวิหคเหงาเศร้าหมอง
เกลื่อนกลาดผองมาลีร่วงโรยลงดิน

เหมือนรักผิดหวัง
เปรียบดังหัวใจพังภินท์
น้ำตาหลั่งริน
และลามไหลเพียงหยาดฝนปราย
อันความรักแม้นไม่เป็นดังหมาย
ตราบวันตาย ชีพขมขื่นเอย

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ ลมหนาว: Love in Spring เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๙ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ และได้พระราชทานเพลงนี้ ออกบรรเลงครั้งแรก ในงานประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนลุมพินี เมื่อวันเสาร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๗ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา แต่งคำร้องภาษาไทยถวาย

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา :  http://kanchanapisek.or.th/royal-music/lomnaw.html

เมื่อโสมส่อง : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 18

 


เมื่อโสมส่อง
MUER SOAM SONG

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา


อ้าโสมทอแสงอำไพ
ฉันสุขใจหมายชม
เพลินหลงพร่ำเพ้อภิรมย์
โสมสาดส่องแสงมา

ภาคพื้นเวหาพราวพราย
เพราะก่องประกายดารา
เพียงเพชรพลอยส่องฟ้า
แวววับจับใจ

 

เมฆน้อยลอยโลมลูบหาว
เหมือนมืออันผ่องขาวละไม
ลูบโลมนภาสดใส
นั้นพาให้หทัยฉันสะเทือน

โอ้ลมเอ๋ยเชยพัดเตือนมา
มิให้อุราลืมเลือน
เพียงเสียงเธอรำพันเตือน
คำมั่นสัญญา

 

อ้าโสมชวนฉันคำนึง
ครั้งหนึ่งกลางแสงจันทร์
เราสองพลอดเพ้อรำพัน
รักมั่นไม่ผันแปร

ตราบฟ้าดินม้วยแลเรา
สองดับสลายดวงแด
วิญญานไม่ห่างแห
ลอยรักร่วมทาง

 

ครั้นแล้วเวรกรรมชาติไหน
ระดมกันผลักไสเราห่าง
เมื่อรักยังไม่หม่นหมาง
รักยังสลักกลางดวงใจ

แต่ยังหวังในผลบุญนำ
ให้บาปกรรมแคล้วไป
คืนพบความรักเดิมใน
คืนหนึ่งวันเพ็ญ

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ เมื่อโสมส่อง: I Never Dream เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๘ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ได้พระราชทานให้นำไปบรรเลงในงานรื่นเริงประจำปี ของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สโมสรสวนสราญรมย์ เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา แต่งคำร้องภาษาไทยถวาย

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา :  http://kanchanapisek.or.th/royal-music/muersoamsong.html

ยิ้มสู้ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 16

 


ยิ้มสู้
YIM SOO

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


โลกจะสุขสบายนั้นเป็นได้หลายทาง
ต้องหลบสิ่งกีดขวางหนทางให้พ้นไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
สุขและทุกข์อย่างไรเพราะใจตนเอง

 

ฝ่าลู่ทางชีวิตต้องคิดเฝ้าย้อมใจ
โลกมืดมนเพียงใดหัวใจอย่าคร้ามเกรง
ตั้งหน้าชื่นเอาไว้ย้อมใจด้วยเพลง
ไยนึกกลัวหวาดเกรงยิ้มสู้

คนเป็นคนจะจนหรือมี
ร้ายหรือดีคงมีหวังอยู่
ยามปวงมารมาพาลลบหลู่
ยิ้มละมัยใจสู้หมู่มวลเภทภัย

 

ใฝ่กระทำความดีให้มีจิตโสภา
สร้างแต่ความเมตตาหาความสุขสันต์ไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
เฝ้าแต่ยิ้มสู้ไปแล้วใจชื่นบาน

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ ยิ้มสู้: smiles เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๖ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย เพื่อเป็นการปลอบขวัญ และให้กำลังใจแก่คนตาบอด แล้วพระราชทานให้นำไปบรรเลง ในงานสมาคมช่วยคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันเสาร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๕ ส่วนคำร้องภาษาอังกฤษ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์ในปีต่อมา

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา :  http://kanchanapisek.or.th/royal-music/yimsoo.html

ยามค่ำ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 15

 


ยามค่ำ
YARM KAM

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


ยามประกายแสงทองส่อง
งามเรืองผ่องนภา
ประเทืองผองมวลชีวา
ดังพรจากฟ้าเสกมาให้

ยามประกายแสงเดือนส่อง
ยามนวลผ่องฟ้าไกล
ชื่นชมสมดังดวงใจ
สบสุขสุดใสหทัยบาน

ยามค่ำลงโพล้เพล้ถ่ายเทประภา
ในเมื่อยามทิวาต่อราตรีกาล
มีแต่ความมืดมนอับจนดวงมาน
เหงาปานขาดใจ

 

แท้ที่จริงนั้นยามค่ำ
นำให้รื่นฤทัย
ค่ำลงแล้วราตรีใหม่
เคลื่อนมาพาใจให้ชื้นชื่นเชย

ยามรุ่งแสงทิวางาม
เรืองอร่ามวิไล
โลกเริงสำราญปานใด
หมู่มวลพันธุ์ไม้ดอกใบบาน

 

ครั้นเมื่อยามแสงเดือนส่อง
ราตรีผ่องสำราญ
หมู่ดาววับวามงามตระการ
โลกเป็นสถานชื่นบานใจ

ยามค่ำลงสลัวมืดมัวแสงสี
แสนเปลี่ยวในฤดีสุดที่อาลัย
มีแต่ความมืดมนอับจนดวงใจ
คอยคืนใหม่งาม

 

แท้ที่จริงนั้นยามค่ำ
นำยามเนื่องถึงยาม
ค่ำลงแล้วราตรีตาม
โลกยิ่งสุดงามสมความชื่นชม

เกร็ดน่ารู้

เพลงพระราชนิพนธ์ ยามค่ำ: Twilight เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๕ ทรงพระราชนิพธ์ในพ.ศ. ๒๔๙๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย แล้วได้พระราชทานให้นำออกบรรเลง ในงานของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สโมสรสราญรมย์ เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๕


ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/royal-music/yarmkam.html

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568

รักคืนเรือน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 14

 


รักคืนเรือน
RUK KUEN RUEN

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


โอ้รักเอ๋ย
รักเคยชิดเชยชูชื่น
สุดหวานอมสุดขมกลืน
สุดรักยืนยิ่งยง

เมื่อรักหวาน
รักปานดังลมบนส่ง
โบกพัดไปให้รักคง
ลิ่วพัดตรงทิศทาง

 

ครั้นมีบางอารมณ์
พาให้ขื่นขมรักเบาบาง
สายลมเวียนกลางทาง
รักกลับจืดจางห่างไป

โอ้ลมหวน
สายลมแปรปรวนไปได้
ใฝ่พัดมาฝ่าพัดไป
เปลี่ยนเหมือนใจคนเรา

 

โอ้ลมเอ๋ย
ลมเคยรำเพยเชยชื่น
กลับพัดเวียนเปลี่ยนทิศคืน
ไม่พัดยืนเรื่อยไป

เปรียบรักหวน
รักมาแปรปรวนไปใหม่
จิตวกเวียนเปลี่ยนน้ำใจ
สุดเสียดายรักเรา

 

แม้รักแปรปรวนไป
จะชื่นสุขใจนั้นทำเนา
แท้จริงทุกข์มิเบา
ด้วยถ่านไฟเก่ารุมรม

เฝ้าแต่หวัง
รักเราเธอยังคงบ่ม
อย่าวกเวียนเปลี่ยนเหมือนลม
ด้วยหวังชมชื่นเชย

 

เด่นจันทร์ฉาย
จันทร์แรมยังกลายมัวหม่น
เปรียบเหมือนเดือนก็เหมือนคน
จิตวกวนง่ายดาย

ก่อนเคยเห็น
ดวงจันทร์วันเพ็ญพร่างพราย
ก่อนแสงแรงกลับแสงคลาย
ดั่งรักกลายรักจาง

 

เพราะมีบางอารมณ์
พาให้ขื่นขมรักเบาบาง
เหมือนเดือนเวียนตามทาง
เดือนมืดมัวจางห่างไป

จวบวันเพ็ญ
ดวงจันทร์เวียนเป็นเดือนใหม่
เปรียบรักเราอับเฉาไป
กลับรักใหม่คืนคง

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ รักคืนเรือน: Love Over Again เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๔ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๕ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาไทย แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลง ในงานของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๕

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/royal-music/rukkuenruen.html

พรปีใหม่ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 13

 


พรปีใหม่
PORN PEE MAI

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


สวัสดีวันปีใหม่พา
ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์
ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม
ต่างสุขสมนิยมยินดี

ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า
ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี
โปรดประทานพรโดยปรานี
ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย

 

ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์
ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย
ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่
ผองชาวไทยจงสวัสดี

ตลอดปีจงมีสุขใจ
ตลอดไปนับแต่บัดนี้
ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์
สวัสดีวันปีใหม่เทอญ

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ พรปีใหม่ เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๓ ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ เมื่อเสด็จนิวัตพระนคร และประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานพรปีใหม่ แก่บรรดาพสกนิกรไทยด้วยเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลง "พรปีใหม่" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องเป็นคำอำนวยพรปีใหม่ แล้วพระราชทานแก่วงดนตรี ๒ วง คือ วงดนตรีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำออกบรรเลง ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลง ณ ศาลาเฉลิมไทย ในวันปีใหม่ วันอังคารที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๕

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/royal-music/pornpeemai.html

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568

แก้วตาขวัญใจ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 12

 


แก้วตาขวัญใจ
KAEW TA KWAN JAI

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


แก้วตาขวัญใจเธออยู่แห่งใดขวัญเอย
ขาดชู้คู่เชยรักเอยเดียวดาย
เฝ้าคอยรักเศร้าเหงาใจแสนหน่าย
เปลี่ยวปานชีวาวางวายคลายสุขตรม

โอ้เวรไหนมาพาโชคชะตาแสนชั่ว
โลกนี้มืดมัวหวาดกลัวระทม
ได้แต่หวังนั่งแต่ฝันคอยคู่ขวัญตันอกตรม
ร้อนอารมณ์หวังชมชิดเชยดวงใจ

 

อยู่คนเดียวเปล่าเปลี่ยวปานใดอกใจระทม
ขาดคนนิยมขาดคู่ชิดชมระบมทรวงใน
โอ้บุญไม่ช่วยนำพาแก้วตาขวัญใจ
ได้แต่ฝันไปไม่สบสมใจรักเอย

แก้วตาขวัญใจเธออยู่แห่งใดหนอเธอ
เฝ้าเพ้อเฝ้าละเมอใฝ่เธอมาเชย
สุดจะเหงาเฝ้าแต่ฝันทรวงกระสันพรั่นจิตเลย
ฝันถึงวันขวัญเอยชิดเชยชื่นชม

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์แก้วตาขวัญใจ: Lovelight in My Heart เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๒ ทรงพระราชนิพนธ์ในพ.ศ. ๒๔๙๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา :  http://kanchanapisek.or.th/royal-music/kaewtakwanjai.html

มหาจุฬาลงกรณ์ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 11

 


มหาจุฬาลงกรณ์
MAHA CHULALONGKORN

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา
ร่วมกับ นายสุภร ผลชีวิน


น้ำใจน้องพี่สีชมพู
ทุกคนไม่รู้ลืมบูชา
พระคุณของแหล่งเรียนมา
จุฬาลงกรณ์

ขอทูนขอเทิดพระนามไท
พระคุณแนบไว้นิรันดร
ขอองค์พระเอื้ออาทร
หลั่งพรคุ้มครอง

 

นิสิตพร้อมหน้า
สัญญาประคอง
ความดีทุกอย่างต่างปอง
ผยองพระเกียรติเกริกไกร

ขอตราพระเกี้ยวยั้งยืนยง
นิสิตประสงค์เป็นธงชัย
ถาวรยศอยู่คู่ไทย
เชิดชัยชโย

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ มหาจุฬาลงกรณ์ เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๑ ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่ใช้ Pentatonic Scale คือ ๕ เสียงแทน Scale แบบสิบสองเสียง (Chromatic Scale) ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล ได้ขอพระราชทานเพลงประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์นี้ ให้ไปใส่คำร้องเอง ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และนายสุภร ผลชีวิน จึงได้ประพันธ์คำร้องถวาย

ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๙๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล นำทำนองเพลงพระราชนิพนธ์มหาจุฬาลงกรณ์ มาแต่งเป็นแนวไทย นายเทวาประสิทธิ์รับพระราชทานมาทำ และบรรเลงถวายด้วยวงปี่พาทย์ถึงสองครั้ง

ภายหลังเมื่อนายเทวาประสิทธิ์ไปสอน ในชมรมดนตรีสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้นำเพลงพระราชนิพนธ์นี้มาปรับปรุงเป็นเพลงโหมโรง สำหรับใช้โหมโรงในการบรรเลงดนตรีไทยของชมรม


ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช

ที่มา :  http://kanchanapisek.or.th/royal-music/mahachulalongkorn.html

คำหวาน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 10

 


คำหวาน
KAM WARN

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


ได้ยินเพลงหวานก้อง
ถ้อยทำนองร้องรำพัน
ฝากความรักไว้มั่น
ด้วยถ้อยอันอ่อนหวาน

เปรียบดังเพลงทิพย์มา
จากฟากฟ้าบันดาล
เสียงเพลงปานเพลงวิมาน
ประทานมากล่อม

 

เมื่อได้ยินเพลงเพราะดังว่า
ดั่งเทวาพาจิตโน้มน้อม
หรือมาลวงลองร้องเพลงกล่อม
จะประนอมให้ยอมปลงใจ

หากคำหวานขานเอ่ย
เพื่อเฉลยน้ำใจ
รักจริงใจขอฟังไป
ฟังให้ชื่นเชย

 

ชื่นอารมณ์สมปอง
แว่วเพลงร้องคมคำ
พลอดความรักเพ้อพร่ำ
ด้วยถ้อยคำงามสม

ถ้อยทำนองร้องส่ง
ก่อให้หลงลิ้นลม
เพลินเพลงชมย้อมอารมณ์
นิยมกลมกล่อม

 

เมื่อได้ยินเพลงเพราะดังว่า
ดั่งเทวาพาจิตโน้มน้อม
หรือมาลวงลองร้องเพลงกล่อม
จะประนอมให้ยอมปลงใจ

หากคำหวานขานเอ่ย
เพื่อเฉลยน้ำใจ
รักจริงใจขอฟังไป
ฟังให้ชื่นเชย

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์คำหวาน: Sweet Words เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๐ ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา :  http://kanchanapisek.or.th/royal-music/kamwarn.html

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568

เก้าจากแสงเทียนสู่เทวาพาคู่ฝัน : เพลงพระราชนิพนธ์

 


เก้าจากแสงเทียนสู่เทวาพาคู่ฝัน : เพลงพระราชนิพนธ์

00:00:00  01. แสงเทียน 

00:02:18  02.  ยามเย็น 

00:06:08  03.  สายฝน

00:09:00  04.  ใกล้รุ่ง

00:11:44  05.  ชะตาชีวิต

00:14:33  06.  ดวงใจกับความรัก

00:17:51  07.  มาร์ชราชวัลลภ

00:20:25  08.  อาทิตย์อับแสง
00:22:59  09.  เทวาพาคู่ฝัน

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช

เทวาพาคู่ฝัน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 9

 


เทวาพาคู่ฝัน
DEWA PA KU FUN

เทวาพาคู่ฝัน : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 9

แนวเพลง : ลูกทุ่ง 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


ช่างงามทัศน์ทิวเขตคามงดงามน่าดู
ทั้งมวลล้วนมีเป็นคู่ชิดชูเชยชมรมย์รื่น
แต่ฉันดวงใจผูกพันใฝ่ฝันทุกคืน
เฝ้าปองเคียงครองคู่ชื่นให้รื่นเริงใจ

โลกนั้นดังเมืองสวรรค์เทวัญสร้างไว้
พิศดูเป็นคู่ทุกสิ่งล้วนมีรักจริงยิ่งใหญ่
อันธรรมชาติไซร้
ใช้แรงความรักความใคร่ ย้อมชีวิตให้ยืนยง

 

อยู่เดียวเปลี่ยวใจหทัยใฝ่ฝัน
เดชกามเทพพันผูกใจให้หลง
แม้เคยทำคุณบุญส่ง
ฟ้าคงปรานีดีอยู่
โปรดจงประทานความเอ็นดู
ให้มียอดชู้เป็นคู่ชูใจ

จวบวันทิวาเฉิดฉันตะวันสดใส
ฟ้าดลบันดาลรักให้สมดังดวงใจมุ่งมั่น
เฝ้าวอนพระทรงเสกพรไหว้วอนทุกวัน
โศกทรวงดวงใจอัดอั้นตื้นตันอุรา

 

จวบวันราตรีเฉิดฉันดวงจันทร์แจ่มฟ้า
พบความรักดังใจมั่นเหมือนเดือนตะวันกลางหล้า
สมพรจากฟ้า
พระทรงประทานปวงข้าชีวิตในหล้ายืนยง


เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์เทวาพาคู่ฝัน: Dream of Love Dream of You เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๙ ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๒ ขณะประทับ ณ เมืองดาโวส์เช่นกัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาไทย

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/royal-music/dewapakufun.html

อาทิตย์อับแสง : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 8

 


อาทิตย์อับแสง
ARTIT UP SAENG

อาทิตย์อับแสง : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 8

แนวเพลง : ลูกทุ่ง

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


เคยชม
ร่วมภิรมย์ใจ
ด้วยความรักจริงยิ่งใหญ่
ผูกพันหัวใจเรามั่น

 

รักเอย
เคยอยู่เคียงกัน
ร่มเย็นมิเว้นวายวัน
ด้วยความสัมพันธ์ยืนยง

ทิวางาม
ยามอยู่เคียงคง
สุริยาแสงส่ง
ปวงชีวิตในโลกดำรงเริงใจ

 

ร้างกัน
วันห่างไปไกล
มืดมนหมองมัวปานใด
เยือกเย็นเข็ญใจรัญจวน

ไกลกัน
พาพรั่นใจครวญ
ร่างกายทรุดโทรมทุกส่วน
จิตใจร้อนรวนแรงอ่อน

รักเอย
เลยกลับอาวรณ์
ค่ำคืนฝืนใจไปนอน
ยิ่งดูเหมือนฟอนไฟลน

 

ทิวาทราม
ยามห่างดวงกมล
สุริยาหมองหม่น
ปวงชีวิตในโลกอับจนเสื่อมทราม

หวังคอย
คอยเฝ้าโมงยาม
จวบจนทิวาเรืองงาม
สบความรักยามคืนคง

 

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ อาทิตย์อับแสง: Blue Day เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๘ ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันพุธที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๒ ขณะประทับแรมบนภูเขาในเมืองดาโวส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อมา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช

ที่มา :  http://kanchanapisek.or.th/royal-music/artitupsaeng.html

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568

มาร์ชราชวัลลภ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 7

 


มาร์ชราชวัลลภ : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 7

เราทหารราชวัลลภ
รักษาองค์พระมหากษัตริย์สูงส่ง
ล้วนแต่องอาจแข็งแรง
เราทุกคนบูชากล้าหาญ
วินัยเทิดเกียรติชาติไว้ทุกแห่ง

ใจดุจเหล็กเพชรแข็งแกร่งมิกลัวใคร
เราเป็นกองทหารประวัติการณ์
ก่อเกิดกำเนิดกองทัพบกชาติไทย
เราทุกคนภูมิใจ
ได้รับไว้วางพระราชหฤทัย
พิทักษ์สมเด็จเจ้าไทย
ตลอดในพระวงศ์จักรีฯ

เราทหารราชวัลลภ
รักษาองค์ฯ จะถวายสัตย์ซื่อตรง
องค์ราชาราชินี
ถ้าแม้นมีภัยพาลอวดหาญ
มิเกรงดูหมิ่นข่มเหงย่ำยี
เราจะถวายชีวีมิหวาดหวั่น

จะลุยเลือดสู้ตายจะเอากายป้องกัน
เป็นเกราะทองรบประจัญศัตรู
ฝากฝีมือปรากฏ
เกียรติยศฟุ้งเฟื่อง
กระเดื่องกองทัพบกไทย
ไว้นามเชิดชูราชวัลลภคู่ปฐพี


เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๗ ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๙๑ ชื่อ ราชวัลลภ และพระราชทานให้เป็นเพลงประจำกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ เพื่อไว้ใช้ในพิธีสวนสนาม หลังจากนั้น ผบ.กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ได้มอบหมายให้พันตรี ศรีโพธิ์ ทศนุต แต่งคำร้องภาษาไทยถวาย มีห้องเพลงยาวกว่าเดิม จึงขอพระราชทานทำนองเพิ่มเติมเพื่อให้เข้ากับคำร้อง ในการแก้ไขทำนองให้เข้ากับคำร้องนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยกร) ช่วยตรวจทาน และได้พระราชทานนามเพลงพระราชนิพนธ์นี้ว่า "มาร์ชราวัลลภ" (Royal Guards March) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕


ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2530/royal_guard.html





ดวงใจกับความรัก : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 6

 


ดวงใจกับความรัก
DUANG JAI KAP KWARM RUK


ดวงใจกับความรัก : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 6

แนวเพลง : ลูกทุ่ง

 

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ


ค่ำคืนนภาดาราพราว
ประกายแสงดาวพราวตา
ดาษเรียงเคียงแสงดวงจันทรา
เพลินชมแสงพรายนภาเห็นดวงดาราล้อมจันทร์

ที่จริงนั้นเดือนและดวงดาว
ต่างเรืองแสงวาวพราวพรรณ
ด้วยแรงจากแสงดวงตะวัน
จึงมีแสงเดือนงามครันแสงดาวประชันน่าชม

 

เปรียบดวงดาวและดวงเดือน
ก็เหมือนแม้นแววมโนรมย์
เปล่งแววไปเปลี่ยนใจชม
ด้วยจินตนาอารมณ์นานาประการ

แน่นอนแท้จริงคือดวงใจ
ส่องแววรักไปยืนนาน
เปรียบดังกับแสงตะวันตระการ
ยังคงแสงงามสะคราญแสงทองยืนนานเรื่อยมา

 

ตะวันฉายมาดาราราย
ส่องแสงพริ้มพรายนัยน์ตา
รื่นรมย์ชมแสงดวงจันทรา
ชมดาวล้อมเดือนงามตาพริ้มพรายนภาแสงงาม

มาตรแม้นสูญดวงตะวันไป
ประดาแสงในฟ้าทราม
ผู้คนสัตว์ไม้จะตายตาม
ตะวันสูญไปเป็นยามล้วนมีแต่ความมืดมน

 

เปรียบดวงดาวและดวงเดือน
ก็เหมือนแม้นแววมโนรมย์
เปล่งแววไปต่างใจคน
เปลี่ยนแปลงไปตามใจตนเวียนวนจนตาย

ตะวันนั้นเหมือนดังดวงใจ
หากสิ้นแสงไปรักคลาย
ขาดความรักเหมือนชีวาวาย
จะเป็นหรือตายทั้งใจและกายไม่วายโศรกโทรม

เกร็ดน่ารู้

เพลงพระราชนิพนธ์ Never Mind the H.M. Blues: ดวงใจกับความรัก เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๖ ทรงพระราชนิพนธ์ในพ.ศ. ๒๔๙๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาปีนั้น (วันเสาร์ที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๐) หลังจากได้เสวยพระกระยาหาร และนักดนตรีได้รับประทานอาหารแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ และพระราชทานชื่อว่า Never Mind the H.M Blues เป็นการตอบปริศนาคำทายที่ว่า H.M. แปลว่าอะไร


ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช


ที่มา :  http://kanchanapisek.or.th/royal-music/duangjaikapkwarmruk.html

9. อยู่ข้างกันทุกฤดูกาล : มิ่งมิ่ง จอมใจ

  9. อยู่ข้างกันทุกฤดูกาล คำร้อง/ทำนอง : มิ่งมิ่ง จอมใจ อัลบั้ม : ยิ่งนานยิ่งรัก [Verse 1] ฤดูร้อนเคยร้อนแรง แดดส่องแรงเพียงใด แต่มีเธอเค...